ในยุคที่ทุกธุรกิจและการสื่อสารขับเคลื่อนด้วยความเร็วระดับเสี้ยววินาที อาการ เน็ตช้า เว็บหมุนติ้ว หรือเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ ถือเป็นฝันร้ายที่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงานอย่างมหาศาล หลายครั้งปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้งาน แต่เกิดจากคอขวดทางวิศวกรรมเครือข่ายที่เรียกว่า "Domain Name System (DNS)" ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ที่ไม่ได้มาตรฐาน
หนึ่งในเทคนิคทางไอทีที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในการแก้ปัญหานี้ คือการเปลี่ยนมาใช้งาน DNS Google (หมายเลขไอพี 8.8.8.8) ซึ่งเป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่เปิดให้ใช้งานฟรี
บทความเชิงเทคนิคจากทีมวิศวกรระบบของ THAI DATA HOSTING จะพาคุณไปเจาะลึกสถาปัตยกรรมเครือข่ายเบื้องหลัง ไขข้อข้องใจว่าบริการ dns public ระดับโลกนี้ช่วยเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตได้จริงหรือไม่ พร้อมคู่มืออธิบายอย่างละเอียดว่า Dns google ใช้ ยัง ไง และวิธีการตั้งค่าบนทุกอุปกรณ์
DNS คืออะไร และทำไมถึงส่งผลต่อความเร็ว?
อนที่จะทำความเข้าใจว่าทำไมต้องเปลี่ยนไปใช้ของ Google เราต้องเข้าใจรากฐานการทำงานของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก่อน
คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกสื่อสารกันด้วย "หมายเลขไอพี (IP Address)" เช่น 192.168.1.1 แต่สมองของมนุษย์ไม่สามารถจดจำชุดตัวเลขเหล่านั้นได้ทั้งหมด เราจึงสร้างชื่อโดเมน (Domain Name) ขึ้นมา เช่น www.thaidatahosting.com
ระบบ DNS (Domain Name System) ทำหน้าที่เสมือน "สมุดหน้าเหลือง (Phonebook)" ของโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อคุณพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ลงในเบราว์เซอร์ ระบบจะวิ่งไปถามเซิร์ฟเวอร์ DNS ว่าชื่อโดเมนนี้ตรงกับหมายเลขไอพีอะไร เมื่อได้หมายเลขไอพีกลับมา เบราว์เซอร์จึงจะเริ่มทำการดาวน์โหลดข้อมูลหน้าเว็บนั้นมาแสดงผล
จุดเกิดคอขวด (Bottleneck): โดยค่าเริ่มต้น (Default) อุปกรณ์ของคุณจะใช้เซิร์ฟเวอร์ DNS ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ที่คุณสมัครใช้งาน ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ DNS ของ ISP บางรายอาจมีปัญหาดังนี้
- เซิร์ฟเวอร์ตอบสนองช้า: เมื่อมีผู้ใช้งานในเครือข่ายจำนวนมากพร้อมกัน เซิร์ฟเวอร์ DNS ของ ISP อาจประมวลผลคำขอไม่ทัน ทำให้เกิดความหน่วง (Latency) ก่อนที่เว็บจะเริ่มโหลด
- แคชข้อมูลไม่อัปเดต: ทำให้คุณเข้าเว็บไซต์ที่เพิ่งย้ายเซิร์ฟเวอร์ใหม่ไม่ได้
- การบล็อกหรือเซ็นเซอร์: ISP บางรายอาจปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์บางแห่งผ่านการบล็อกที่ระดับ DNS
เจาะลึก DNS Google (8.8.8.8) โครงสร้างพื้นฐานที่เหนือกว่า
DNS Google หรือที่รู้จักในชื่อ Google Public DNS เปิดตัวครั้งแรกในปี 2009 เป็นบริการ dns public ที่เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถเข้ามาใช้ระบบแปลงชื่อโดเมนของ Google ได้ฟรี โดยใช้หมายเลขไอพีจำง่ายคือ 8.8.8.8 และไอพีสำรอง (Secondary) คือ 8.8.4.4
ความเหนือชั้นทางวิศวกรรมที่ทำให้ dns 8.8 แตกต่างจาก DNS ทั่วไป มีดังนี้
- Anycast Routing: สถาปัตยกรรมเครือข่ายระดับโลกของ Google จะทำการจับคู่คำขอของคุณไปยัง Data Center ของ Google ที่ "ใกล้ที่สุด" ทางภูมิศาสตร์ หากคุณอยู่ในไทย คำขอแปลงชื่อโดเมนอาจวิ่งไปที่สิงคโปร์หรือศูนย์ข้อมูลในไทย ทำให้การตอบสนองเกิดขึ้นในระดับมิลลิวินาที (ms)
- Massive Global Cache: เนื่องจากมีคนใช้งานทั่วโลกหลายพันล้านครั้งต่อวัน เซิร์ฟเวอร์ของ Google จึงมีแคช (Cache) ของแทบทุกเว็บไซต์บนโลก เมื่อคุณเรียกเข้าเว็บ ระบบจึงสามารถคืนค่าหมายเลขไอพีได้ทันทีโดยไม่ต้องไปสืบค้นจากต้นทางใหม่
- Security & DNSSEC: Google มีระบบป้องกันการโจมตีแบบ DNS Spoofing (การหลอกให้เข้าเว็บปลอม) และรองรับมาตรฐาน DNSSEC เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลเครือข่าย ทำให้การท่องเว็บมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด
เปลี่ยนมาใช้ DNS Google ช่วยแก้ปัญหา "เน็ตช้า" ได้จริงไหม?
คำตอบคือ "จริงในแง่ของความเร็วในการเริ่มโหลดเว็บ แต่ไม่ได้เพิ่มความเร็วแบนด์วิดท์" การเปลี่ยนมาใช้บริการของ Google จะช่วยลด "ระยะเวลาในการค้นหาชื่อเว็บ (Lookup Time)" ให้สั้นลงอย่างมาก ส่งผลให้ความรู้สึกในการ "คลิกแล้วเว็บมาทันที" ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาเว็บไซต์โหลดค้าง หรือเข้าบางเว็บไซต์ไม่ได้เพราะ DNS ของค่ายมือถือล่ม
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยน DNS จะ ไม่ ช่วยเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์ (Download Speed) หรือเพิ่มแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตของคุณ หากคุณซื้อแพ็กเกจเน็ต 20 Mbps การดาวน์โหลดไฟล์ก็ยังจำกัดที่ความเร็วนั้น แต่การเปลี่ยน DNS จะช่วยให้การเริ่มต้นดาวน์โหลด (Time to First Byte - TTFB) ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น
